<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิ๊งไอเดีย “Smart Parliament” อำนวยความสะดวก “ส.ส.-ส.ว.-ปชช.”  ชี้ แอปฯเดียวจบรองรับทั้งการทำงาน-การท่องเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กทธ.ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ถึงการพัฒนาระบบบริการเทคโนโลยีสารสนเทศอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (Smart Parliament) ว่า วันนี้เทคโนโลยีของโลกก้าวหน้าไปไกลมาก และรัฐสภาไทยก์ถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ดังนั้น เราจะต้องมีการพัฒนาระบบให้เป็น Smart Paliament เพื่ออำนวยความสะดวกทั้งการในการทำงานของสมาชิกรัฐสภา รวมถึงบุคคลทั่วไป ซึ่งจะสามารถลดภาระและทรัพยากรที่จะใช้ได้ โดยอาจจะมีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นของรัฐสภาขึ้นมา โดยมีส่วนที่เป็นแผนที่แบบสามมิตินำทางในรัฐสภา ให้ข้อมูลว่าห้องประชุมและห้องของหน่วยงานต่างๆอยู่ตรงไหนบ้าง โดยสามารถใช้แอปฯนี้ เช็คได้ว่าแต่ละห้องมีวาระการประชุมอะไรบ้าง เพราะคนที่เข้ามาครั้งแรกส่วนใหญ่จะหลง เพราะรัฐสภามีพื้นที่ใหญ่มาก ดังนั้นเราจึงต้องมีการทำแผนที่แบบ 3 มิติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำทางในพื้นที่ ซึ่งจะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการนำทางให้ง่ายและแม่นยำ รวมทั้งมีระบบการยืนยันตัวตน เชื่อมกับระบบของสภาทั้งหมด คนที่จะเข้ามาสามารถยิงคิวอาร์โค้ดเช็คอินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แอปฯ จะอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้กับสมาชิกรัฐสภาทั้งส.ส. ส.ว. เช็คได้ทุกอย่างทั้งวาระ เวลา สถานที่ เนื้อหาข้อมูลต่างๆ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการประชุม เกี่ยวกับการทำงานของสมาชิกจะมีรองรับหมด พร้อมระบบนำทางแผนที่แบบสามมิติ เรียกได้ว่าออกจากบ้านเปิดดูแอปฯนี้ก็จะรู้ทันทีว่าวันนี้ต้องทำงานตรงไหนอย่างไรบ้าง ดังนั้นเรื่องนี้ควรที่จะมีการทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วไปพร้อมๆกับที่อาคารรัฐสภาจะสร้างเสร็จสมบูรณ์&amp;rdquo; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากจะมีในส่วนที่รองรับการทำงานของสมาชิกรัฐสภาแล้ว ยังมีส่วนการใช้งานที่รองรับประชาชนทั่วไปหรือที่จะเข้าผู้มาติดต่อราชการด้วย โดยในส่วนของ ส.ส.และ ส.ว.หรือเจ้าหน้าที่จะมีรหัสล็อกอิน เพื่อเข้าดูข้อมูลต่างๆอย่างละเอียด ส่วนคนทั่วไปหรือคนที่ไม่มีรหัสล็อกอิน ก็จะดูข้อมูลได้ในส่วนที่ไม่เป็นความลับ สามารถดูข้อมูลของรัฐสภาต่างๆได้ เช่น ประวัติความเป็นมา แนวคิดของการสร้างรัฐสภา ข้อมูลข่าวสารต่างๆ การประชุมสภา การประชุม กมธ.คณะต่างๆ ที่เป็นข่าวแบบเป็นทางการจากทางรัฐสภา ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆนี้ยังคงต้องคัดสรรค์เป็นอย่างดี เพราะพื้นที่ของรัฐสภากว้างมาก นอกจากนี้เรายังสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเป็นสถานที่ให้ประชาชนและชาวต่างชาติเข้าเยี่ยมชมได้ เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะรัฐสภามีทั้งประติมากรรมและสถาปัตยกรรมต่างๆ เหมือนกับที่หลายๆประเทศได้ทำเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้โลกพัฒนาไปไกล เราต้องเปลี่ยนวิธีการคิด การทำงานในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก รวมทั้งการเกิดวิกฤตที่เราไม่ได้คาดคิด ดังนั้นระบบต่างๆต้องรองรับการทำงานของสมาชิกได้ทุกที่ รวมทั้งอาจจะต้องมีระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วย ทั้งนี้ระบบนั้นจะต้องมีการลงทุนที่คุ้มค่า งานดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในเรื่องต่างๆได้ และจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ไม่ให้ถูกแฮกเกอร์เจาะได้โดยง่าย&amp;quot;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72171</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, .  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, Smart Parliament</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f17aaf01cb87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เศรษฐพงค์&quot; ชี้ P2P lending ทางออกของธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก เชื่อวิกฤตโควิดทำระบบการเงินเปลี่ยนแปลงมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ก.ค.&amp;nbsp; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กทธ.ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทย แต่ทั่วโลกน่าจะสาหัสมากยิ่งขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า เพราะการเกิดวิกฤตไวรัสโควิด-19 กระทบการต่อลมหายใจของธุรกิจที่มีขนาดกลางขนาดเล็กที่จะต้องหาแหล่งเงินกู้ ซึ่งรัฐบาลต้องพยายามให้เงินทุนผ่านระบบธนาคารแต่เอาเข้าจริงธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก หลายแห่งที่ดูมีอนาคตก่อนสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 จะถูกทุบให้ขายด้วยราคาที่แสนถูกกับทุนต่างประเทศ ดังนั้นเรื่องเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer to Peer lending Platform) จึงน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กได้ แทนที่จะต้องใช้สถาบันการเงินที่เป็นธนาคารเพียงอย่างเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า Peer to Peer lending Platform ของแบงค์ชาติที่มีข่าวเป็นปีแล้ว แต่มีการเริ่มทดสอบรายแรกเมื่อเดือนที่แล้วใน Regulatory Sandbox ซึ่งเป็นการทดสอบก่อนที่จะมีการเปิดให้บริการจริงได้ ซึ่งวิเคราะห์แล้วมองว่าไม่น่าจะทันการณ์ที่จะเป็นทางเลือกอะไรได้ ดังนั้นอาจต้องมองหา Peer to Peer lending Platform ของต่างประเทศแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใช้คริปโตเคอร์เรนซี่ (Cryptocurrency) หรือสกุเงินดิจิทัล เป็นหลักประกันเงินกู้ ตอนนี้ก็กำลังรวบรวม Cryptocurrency ที่กระจัดกระจายในตลาดต่างๆ ที่หยุดติดตาม 1-2 ปีแล้ว ทำให้มูลค่าหายไปเยอะ ซึ่งในช่วงวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้คิดว่าไม่น่าจะกลายเป็นห่วงชูขีพที่ราคาค่อยๆเพิ่มขึ้นได้ และนำมาใช้เป็นหลักประกันขอกู้เงินจาก Peer to Peer Platform ที่ได้ดอกเบี้ยถูกอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 10% โดยอาจต่ำได้ถึง 4.5% และสามารถกู้ได้ถึง 70% ของมูลค่า Cryptocurrency อาจเป็นทางเลือกที่ไม่เลวในภาวะที่ไม่สามารถจะพึ่งพิงธนาคารหรือสถาบันการเงินในรูปแบบเดิมๆได้ ดังนั้นมุมมองเรื่อง Cryptocurrency จากวิกฤติโควิด-19 หนนี้น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71299</URL_LINK>
                <HASHTAG>.  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bff0fde7cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐพงค์&quot; ชี้ รมต.ภูมิใจไทย ไม่ได้ทำนโยบายเฉพาะของพรรค แต่ประสานงานรัฐบาลเร่งช่วยเหลือปชช.อย่างต่อเนื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลงานของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยว่า รัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยทำงานหนักมาตลอด แม้ว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาประเทศไทยจะพบกับภาวะวิกฤตจากไวรัสโควิด-19 งานส่วนใหญ่ของรัฐมนตรีและพรรคจึงเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องนี้เป็นหลัก โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ที่ถือเป็นกำลังหลักในการรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งถือว่าทำได้อย่างดีจนวิกฤตคลี่คลาย โดยเฉพาะการออกมาตรการรับมือ การดูแลบุคคลากรทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายด้านสาธารณสุขเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างเต็มที่ ลงพื้นที่รับปัญหาและให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยตลอด นอกจากนี้ในส่วนนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทยที่เน้นมาตั้งแต่การหาเสียง คือ การปลดล็อคกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ที่ล่าสุดได้มีการร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม และน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ เพื่อจะทำให้พืช 2 ชนิด คือ กัญชาและกระท่อม พ้นจากการเป็นยาเสพติดให้เร็วที่สุด เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเต็มที่ โดยเป้าหมายคือปลูกและผลิตเพื่อการแพทย์เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ยังเดินหน้าทำงานทั้งการผลักดัน แก้ไขและรณรงค์ เพื่อขจัดปัญหาในด้านคมนาคมอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ซึ่งล่าสุดได้มีการทำพิธีลงนามความร่วมมือการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพาราไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อลดการบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางหลวง ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำ จึงได้มุ่งเน้นให้ใช้น้ำยางพาราเป็นวัสดุในการปรับปรุง ก่อสร้างทาง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรโดยตรง ซึ่งจากผลการศึกษาและวิจัย และทดสอบพบว่าสามารถลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในส่วนของระบบคมนาคมภายในประเทศยังมีการพัฒนาและก่อสร้างอีกหลายโครงการ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ภายหลังจากวิกฤตโควิด ประเทศไทยยังมีงานหนักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ถือเป็นรายได้หลักของประเทศ โดยทาง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กำลังทำแผนงานเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมานั้นได้มีการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่จะทำรายได้ให้กับประเทศจำนวนมหาศาลอีกด้วย ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้จำกัดการประสานงานเฉพาะกระทรวงที่มีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราจะทลายกำแพงอุปสรรคไม่ว่าจะอยู่พรรคเดียวกัน หรือต่างพรรค เมื่ออยู่ในรัฐบาลเดียวกันแล้ว ต้องสามารถทำงานสอดประสานกันได้ โดยอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชน ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องทำงานประสานกับรัฐมนตรีและ ส.ส. จากพรรคต่างๆในการช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูประเทศให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด&amp;quot;โฆษกภูมิใจไทย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68581</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, .  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee479749ba14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เศรษฐพงค์” มั่นใจ “นายกฯ” นั่งปธ.เคลื่อน5G ส่งผลดีภาพรวมประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 พ.ค. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากประเทศไทยเราได้ผ่านการประมูลคลื่น 5G ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดังนั้นการมีคณะกรรมการฯ ชุดนี้ขึ้นมา จะได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G ในการต่อยอดใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพหลังจากที่ผู้ประกอบการได้ลงทุนขยายโครงข่ายไปยังพื้นที่ต่างๆ นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ยังจะมีส่วนช่วยในการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า ให้นำคลื่นความถี่นั้นมาพัฒนาเพื่อใช้งานเป็นระบบ 5G&amp;nbsp; ซึ่งจะเกิดประโยชน์และความคุ้มค่าสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยเฉพาะสถานการณ์หลังวิกฤตโควิดฯ เทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้าไปมีส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก เนื่องจากโควิดฯ ได้สร้างแนวการใช้ชีวิตใหม่ๆ ขึ้น ที่คนสามารถอยู่บ้าน ทำงาน สั่งอาหาร สร้างความสุขให้ตัวเองโดยไม่ต้องออกไปไหน โดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางเชื่อมสิ่งต่างๆ ดังนั้นหากเรามี 5G ที่มีคุณภาพที่สมบูรณ์ จะส่งผลดีต่ออนาคตของประเทศอย่างยิ่ง&amp;rdquo; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า แน่นอนว่าประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G มีมากมาย โดยเฉพาะการนสนับสนุนนโยบายด้านต่างๆ ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาออนไลน์ การรักษาทางการแพทย์ทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือ Telemedicine รวมทั้งเป็นการสนับสนุนและเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะภาคการผลิต โดยระบบ 5G จะทำให้การสื่อสารเป็นไปในแบบเรียลไทม์ ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เป็นระบบ Automation หรือ Robotic จะสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลดความผิดพลาดทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้นในเวลาที่ลดน้อยลง ที่สำคัญการที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มานั่งเป็นประธานฯ นั้น เชื่อว่าการขับเคลื่อน 5G จะเป็นไปด้วยดี เพราะแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเทคโนโลยี 5&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66429</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, .  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec4c950ac828.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะรัฐเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน “พลังงานทางเลือก” ชู เทคโนโลยี “Blockchain” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 พ.ค. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) กล่าวว่า สำหรับโลกยุคปัจจุบันสิ่งหนึ่งที่เริ่มมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คือเรื่องพลังงานทางเลือก ตนฟันธงได้เลยว่าในระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า รัฐบาลจะต้องวางแผนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม เพื่อรองรับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทางเลือก เพราะอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่แน่นอนของพลังงานหลักที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามด้านพลังงานจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันของโลก ซึ่งสถานการณ์ความขัดแย่งด้านพลังงาน รวมทั้งสงครามการค้า อาจส่งผลต่อประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ หากประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาต้นเองทางด้านพลังงานได้ ดังนั้นพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานที่ได้มาฟรี ๆ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่ต้องมีการวางแผนด้านการแลกเปลี่ยนพลังงาน โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม เช่น ในสหรัฐอเมริกามีการทดลองเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีแผงเซลล์แสงอาทิตย์ติดตั้งอยู่บนหลังคาและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นเครือข่าย ผ่านแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนพลังงาน ที่ทำให้ผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากระบบ ให้กับผู้รับซื้อภายในกลุ่มได้โดยตรงซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนบ้านก็ได้ ซึ่งขณะนี้เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาถึงจุดที่ราคาถูกลงมาก ประเทศเราต้องมองข้ามไปอีกขั้น มองถึงการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการแลกเปลี่ยนพลังงานผ่านระบบโครงข่ายโทรคมนาคม คือเมื่อบ้านเรามีพลังงานไฟฟ้าเหลือสามารถส่งผ่านสายเพื่อแบ่งไปยังบ้านอื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;Blockchain เป็นเทคโนโลยีฐานข้อมูล ซึ่งมีความสามารถในการทำธุรกรรมที่ปลอดภัย ช่วยสร้างธุรกิจที่เกี่ยวกับการแบ่งปันพลังได้ อนาคตจะไม่จำเป็นต้องใช้พพลังงานจากบริษัทพลังงานหลักแบบดั้งเดิมอีกต่อไป เพราะจะเกิดเป็นโครงยข่ายพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่สามารถผลิตและกักเก็บโดยสมาชิกในกลุ่มเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า ภายหลังสถานการณ์วิกฤตโควิด -19 นอกจากที่เราจะต้องเน้นการฟื้นฟูทางภาคการท่องเที่ยว เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแล้ว จะต้องมีการทำให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทางเลือกเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟูที่กว้างขวางมากขึ้น ในหลายๆ ประเทศมีการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานบ้างแล้ว และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มมีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบางประเทศกำหนดกรอบนโยบายเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนไว้ มีนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและมีต้นทุนด้านเทคโนโลยีที่ลดลง และการใช้พลังงานหมุนเวียนสามารถสร้างตำแหน่งงานใหม่และเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่นทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา โดยการจ้างงานในภาคธุรกิจซึ่งมีมากถึง 11 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลกในปี 2018 อาจเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่าภายในปี 2020 ในขณะที่ตำแหน่งงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความยืดหยุ่นของระบบพลังงานจะเพิ่มขึ้นอีก 40 ล้านตำแหน่งงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การวิจัยและนวัตกรรมมีความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและสามารถลดต้นทุนสำหรับพลังงานที่ยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานปลายทาง ซึ่งรัฐบาลจะต้องยอมรับทางเลือกเหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายสาธารณะและการตัดสินใจลงทุนจะสะท้อนถึงศักยภาพที่แท้จริงสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp; วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันได้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงถึงกันในระดับโลก ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ควรเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับมาตรการในการฟื้นฟูประเทศ ที่การขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เราต้องเตรียมการในการใช้พลังงานเพื่อความยั่งยืนของประเทศ เราต้องยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ไปพึ่งพาพลังงานของต่างประเทศเพียงอย่างเดียว&amp;quot; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65443</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, .  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200509/image_big_5eb629e5b2845.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ดีอีเอส” ชี้ โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไม่ครอบคลุมทั่วปท. แนะ รัฐเร่งพัฒนาเพื่ออนาคต – ลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 เม.ย. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ว่า เป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp; เพราะจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า วิถีชีวิตของผู้คนเริ่มเปลี่ยนไปเพราะภัยคุกคามของโลกเปลี่ยนแปลงไป และประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ประเด็นก็คือ คนในเมืองปรับตัวเข้าหาการทำงานจากระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น นักเรียนและนักศึกษาก็ปรับตัวที่จะเข้าสู่การเรียนแบบออนไลน์&amp;nbsp; ซึ่งอินเตอร์เน็ตก็อาจจะมาแทนที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ประเด็นคือผู้คนที่อยู่ตามต่างจังหวัดหรือชนบทจะปรับตัวเข้าหาความรู้และการทำงานได้อย่างไร นี่เองที่จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของสังคมมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างพวกเรา เข้าถึงอินเตอร์เน็ต YouTube และ Live ต่างๆ ซึ่งผมเชื่อว่า ตอนนี้กลุ่มคนที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีไม่เกิน 50% ของประชากรของประเทศไทย แต่ที่เหลือเป็นเพียงอินเตอร์เน็ตธรรมดา ก็คือจะไม่เรียลไทม์ เข้าถึงข้อมูลได้ช้า นี่เองทำให้ต้องกลับมาดูการเตรียมการในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกและผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสทั้งหลาย หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านภัยคุกคามรูปแบบใหม่ก็พูดในทิศทางเดียวกันว่า&amp;nbsp; ไม่ใช่เรื่องโรคภัยอย่างเดียว แต่น่าจะมีเรื่องสภาวะอากาศและสภาวะที่แปลกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp; ภาครัฐจึงต้องกลับมาดูว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้พวกเรายังมีชีวิตที่สามารถดำเนินต่อไปในระบบเศรษฐกิจใหม่ได้อย่างไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองประธานกรรมาธิการ ดีอีเอส.&amp;nbsp; กล่าวอีกว่า โครงสร้างพื้นฐานทางอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงขณะนี้ ถือว่า ยังไม่ครอบคลุม แม้โทรศัพท์มือถือจะครอบคลุมเกิน 90% ของจำนวนประชากร แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ เพราะแม้จะเข้าถึงได้ แต่ก็อาจจะไม่มีเงินมาจ่ายค่าอินเตอร์เน็ต&amp;nbsp; เพราะอินเตอร์เน็ตยิ่งเร็วก็ยิ่งแพง แม้แต่ค่าน้ำค่าไฟยังเป็นปัญหา แต่อินเตอร์เน็ตก็จะเหมือนค่าน้ำค่าไฟเข้าไปทุกวันแล้ว&amp;nbsp; ผมเลยมองว่าภาครัฐต้องเตรียมการ อินเตอร์เน็ตเป็นโครงสร้างพื้นฐานปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ที่ไม่สามารถคิดเงินได้ในราคาแพงแล้ว ทุกคนต้องมีสิทธิ์เข้าถึงในระดับหนึ่ง โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเลยด้วยซ้ำ ถ้าเกินความจำเป็นจึงค่อยเสียเงินเอง ดังนั้นจึงต้องกลับมาดูว่าอินเตอร์เน็ตตามตำบลตามโรงเรียนต่างๆ โดยเฉพาะนอกเมืองตามจังหวัดต่างๆครอบคลุมหรือไม่ ซึ่งตอบได้เลยว่าไม่ครอบคลุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางกรรมาธิการดีอีเอส ดูแลและสนับสนุนและติดตามตรวจสอบการทำงานของสำนักงาน กสทช.อยู่เสมอ ซึ่งพบว่า มีโครงการที่จำเป็นเร่งด่วนและต้องผลักดันในเรื่องงบประมาณให้ครอบคลุมทั่วประเทศ คือ&amp;nbsp; ศูนย์ USO NET หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ซึ่งกรรมาธิการดีอีเอสให้ความสำคัญเป็นอย่างมากและคิดว่า ภาครัฐจะต้องมาช่วยสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น เพราะอนาคตเราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงมากกว่าวันนี้ คือโรงเรียนที่เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นว่า นักเรียนจะเทียบชั้นการสอบในข้อสอบเดียวกันไม่ได้ เพราะนักเรียนในเมืองมีโอกาสมากกว่าตัวเอง&amp;nbsp; และนี่เองจึงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทั้งด้านการศึกษา การทำงานในชีวิตประจำวันรวมถึง Telemedicine&amp;nbsp; และการศึกษาทางไกล&amp;rdquo; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่ง แทบจะใกล้เคียงปัจจัย 4 เข้าทุกวัน แทบจะเป็นปัจจัยที่ห้าแล้ว ซึ่งอินเตอร์เน็ตในชุมชนขณะนี้ ความเร็วยังไม่เพียงพอและครอบคลุมได้ทุกที ยังไปไม่ครบโรงเรียนอยู่ทุกชุมชน จำนวนหมู่บ้านที่มีอยู่กว่า 40,000 กว่าหมู่บ้าน&amp;nbsp; ตอนนี้ที่ทำอยู่ก็ยังไม่ครบ จึงมองว่าทางสำนักงาน&amp;nbsp; กสทช. ซึ่งมีกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ( กทปส.) ซึ่งเป็นกองทุนที่พัฒนาส่งเสริมเรื่องของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง จะต้องมากำหนดในเรื่องของโครงการต่างๆในอนาคตที่จะต้องเร่งดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ต้องมองแผนระยะ 3-5 ปี ว่าจะทำอย่างไรให้ครอบคลุมทั้งประเทศและให้มีคุณภาพใกล้เคียงกัน และที่สำคัญคือต้องใช้ได้ฟรีในระดับหนึ่งด้วย&amp;nbsp; ไม่ใช่มีแล้วต้องไปจ่ายเงินเองประชาชนทั่วไปรวมถึงนักเรียนตามชนบทคงจ่ายเองไม่ไหว ทั้งนี้ ทราบว่า กสทช. ก็สนับสนุนเงินงบประมาณในส่วนของการเข้าถึงเช่นกัน เชื่อว่า ต้องมีการเตรียมการ เนื่องจากงบประมาณเหล่านี้ มาจากการเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากโอเปอเรเตอร์หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รู้จักกันดี จากนั้นก็นำเงินเหล่านั้นมาคืนสู่ประชาชน&amp;nbsp; เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง จึงอยากเรียกร้องให้สังคมหันมาดูความจำเป็นในเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้กรรมาธิการก็จะติดตามโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; เพื่อทำให้สามารถเกิดได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เพราะถือเป็นหน้าที่หลักของกรรมาธิการดีอีเอส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64539</URL_LINK>
                <HASHTAG>.  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea803605f7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เศรษฐพงค์” ย้ำ “ภท.” ระดมกำลังช่วยปชช.เต็มที่ ““ศรีนวล” เตรียมดันค่าตอบแทนให้ อสม.2-3พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 เม.ย. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่าในช่วงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายพื้นที่พบว่าประชาชนมีความต้องการอุปกรณ์ป้องกันการรับเชื้อโรคเป็นจำนวนมาก อาทิ หน้ากากอนามัย, หน้ากากผ้าอนามัย, เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หรือ แอลกอฮอล์สูตรเข้มข้น แต่ไม่สามารถหาซื้อได้ เนื่องจากร้านค้าไม่มีสินค้าจำหน่าย หรือสินค้าจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ทำให้ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย จึงได้ระดมกำลังลงพื้นที่นำสิ่งของที่ประชาชนต้องการและเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันแจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อคลายความเดือดร้อน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตนเองและ น.ส.วันเพ็ญ ตั้งสกุล พร้อมเพื่อนๆ ในนามกลุ่มภูมิใจไทอำนาจ ได้ร่วมกันจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือ,หน้ากาก face shield, ผ้าบัฟสำหรับปิดจมูก รวมถึงอาหารกินเล่น เช่น ข้าวเกรียบทอด ไปมอบให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และพี่น้องชาว อสม. โดยได้มอบให้ รพ.สต. 10 แห่ง ประกอบด้วย&amp;nbsp; 1.รพ.สต.โคกกลาง 2.รพ.สต.ดงมะยาง 3.รพ.สต.บ้านศาลา 4.รพ.สต.แมด 5.รพ.สต.เปือยหัวดง 6.รพ.สต.บ้านน้ำท่วม 7.รพ.สต.บ้านดอนชี 8.รพ.สต.ดงบัง 9.รพ.สต.ไร่ขี 10.รพ.สต.บ้านฟ้าห่วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเห็นว่าเจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน รวมถึง อสม. คือด่านหน้าในการต่อสู้กับโรคไวรัสโควิด กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งและเราสู้ไปด้วยกัน ไทอำนาจเราจะไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; นางสุขสมรวย กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ช่วงเฝ้าระวังการระบาดไวรัสโควิด-19 พบความต้องการใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และฆ่าเชื้อเป็นจำนวนมาก ตนจึงได้นำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือและฆ่าเชื้อ มอบให้ก้บโรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลกบินทร์บุรี และโรงพยาบาลนาดี จ.ปราจีนบุรี รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)เพื่อนำไปบริการและแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามในพื้นที่ที่ต้องเข้มข้นต่อมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด และปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุข พบว่าประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำเกษตรอินทรีย์ ได้รับผลกระทบเพราะตลาดที่ปิดพื้นที่ให้จำหน่ายสินค้า แม้จะมีตลาดรับซื้อ แต่เมื่อพบสินค้าเกษตรที่ไม่ได้ขนาดทำให้พืชผลค้างจำหน่าย ตนจึงหาตลาดเพื่อแปรรูปและจำหน่ายสินค้าแปรรูป เช่น นำไปผัด หรือ แกง จำหน่ายราคาถุงละ 20 บาท เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวิกฤตที่เกิดขึ้น ถือเป็นโอกาสที่จะทำให้เกษตรกรมีช่องทางทำอาชีพเพิ่มเติม แต่ต้องได้รับการสนับสนุน ทั้ง ส่งเสริมการขาย จุดจำหน่าย และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดนั้นเกษตรกรนำสินค้าไปผลิตอาหาร เพื่อจำหน่ายและส่งขายให้กับสถานที่ราชการ ในชื่อโครงการครัวอินทรีย์สู้โรค ราคาปิ่นโตละ 50บาท สามารถรับประทานได้ 2 คน ซึ่งหลังจากนี้เชื่อว่าจะเป็นโครงการที่ถูกต่อยอดต่อไป&amp;rdquo; นายสฤษดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สถานการณ์เรื่องโรคภัยในพื้นที่เชียงใหม่ เริ่มคลี่คลาย แต่หน่วยงานและส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขและดูแลประชาชน เช่น มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับผู้ป่วยติดเตียง และผู้ยากไร้ในพื้นที่ โดยในพื้นที่อ.สันป่าตอง พบผู้ป่วยสูงอายุและนอนติดเตียง อยู่กว่า 2,000 คน ขณะที่อ.แม่วาง พบคนไข้ติดเดียงกว่า 1,000 คน ซึ่งมีความต้องการทางด้านการแพทย์และสิ่งของจำเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ในพื้นที่ดังกล่าวพบว่ากลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) มีความเข้มแข็งอย่างมาก เข้าติดตามและดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 600 บาท ทั้งนี้เมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมแล้ว ตนจะผลักดันเรื่องเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม.&amp;nbsp; เป็นเดือนละ 2,000 - 3,000 บาท เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64112</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคภูมิใจไทย, .  พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2742bb845c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
